เคล็ดลับหา IT Talent ยังไงให้ได้คนที่”เก่งและตรงใจ”มากที่สุด

Jo

27 Sep 2023 | 2 นาทีอ่าน

ปัญหาขาดแคลนแรงงานเป็นปัญหาที่พบเจอได้ในทุกอุตสหกรรม แต่เห็นได้ชัดว่าอุตสหกรรมที่เผชิญปัญหานี้หนักสุดย่อมหนีไม่พ้นอุตสหกรรมด้านไอที เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของเทคโนโลยี ทำให้ความต้องการบุคลากรด้านไอทีเพิ่มมากขึ้น องค์กรชั้นนำทั้งหลายล้วนแข่งขันกันเเย่งชิง IT Talent เพื่อที่จะกลายเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี แต่การสรรหา IT Talent นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นวันนี้เราเลยรวบรวมช่องทางและวิธีการต่างๆที่จะทำให้คุณได้รู้เคล็ดลับหา IT Talent ที่”เก่งและตรงใจ”คุณมากที่สุด

อยากได้คนเก่งมาร่วมงาน ต้องประกาศหายังไง

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการประกาศรับสมัครงานคงที่ไม่พ้น Job Description หรือที่นิยมเรียกสั้นๆว่า JD เพราะ Job Description เป็นสิ่งที่ระบุรายละเอียดและลักษณะของงานที่ต้องทำ ประกอบไปด้วย คุณสมบัติขอบเขตการทำงาน ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ รวมถึงโครงสร้างของการบริหารงานที่ชัดเจน

ต้องทำ Job Description แบบไหนถึงจะสามารถดึงดูดคนเก่งได้

JD ที่ดีนั้นจะสามารถระบุขอบเขตได้ว่าตำแหน่งนั้นจะต้องทำงานอะไรบ้าง ตำแหน่งนี้อยู่โครงสร้างไหนของบริษัท  รวมไปถึงฝ่าย HR จะต้องสามารถรู้ได้ว่าควรจะพัฒนาทักษะอะไรให้ตำแหน่งนี้เกิดความก้าวหน้าด้วย แต่บอกแค่นี้คงจะนึกภาพไม่ออกใช่ไหม งั้นมาดูกันดีกว่าว่าการเขียน Job Description ที่ดีต้องเป็นยังไงถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

  • เริ่มจากการโละ Job Description ของเก่าทั้งหมดและลงมือเขียนใหม่ให้กับทุกตำแหน่ง 

พูดในเชิงว่าตำแหน่งนี้ต้องทำอะไรเป็นตำแหน่งนี้มีความสำคัญอย่างไรกับองค์กร สร้าง Impact ได้ในระดับไหน และความท้าทายของตำแหน่งนี้คืออะไรเพื่อให้ IT Talent เกิดความสนใจและอยากร่วมงานด้วย

  • ข้อมูลพื้นฐานของบริษัท 

รายละเอียดพื้นฐานทั่วไปของบริษัท เช่น เป็นบริษัทเกี่ยวกับอะไร กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร จุดแข็งและค่านิยมของบริษัทเป็นอย่างไร สถานที่ตั้งที่ทำงานอยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร เหล่านี้เป็นรายละเอียดพื้นฐานของบริษัทที่จำเป็นมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งควรจะระบุไว้ให้ชัดเจนเพื่อผู้สมัครสามารถค้นหาได้โดยง่าย จากสถิติระบุไว้ว่า 64 % ของผู้สมัครงาน พวกเขาจะค้นหาข้อมูลบริษัทเสมอ และหากพวกเขาพบข้อมูลของบริษัทไม่เพียงพอหรือไม่พบเลย มีแนวโน้มสูงมากทีเดียวที่ผู้สมัครจะ move on ไปสมัครงานที่อื่น ตำแหน่งอื่นที่น่าสนใจ ค้นหาง่ายมากกว่า

  • ระบุ Job Requirement ให้ชัดเจน 

หากมีการระบุ Job Requirement ที่ชัดเจนจะทำให้ IT Talent ทราบถึงคุณสมบัติที่องค์กรต้องการว่าต้องการคนที่มี Skills Set, Mindset และ Endorsement แบบไหน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องถูก Analyze ก่อนเสมอ ซึ่งนั่นอาจจะต้องรวมไปถึงอุปนิสัยด้วยเช่น เป็น Introvert / Extrovert, Self Confident หรือ Routines ซึ่งนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะงานแต่ละประเภท อาจเริ่มจากการดูวัฒนธรรมองค์กรของตนเองก่อนว่าเป็นแบบไหน และคุณต้องการคนแบบไหนแล้วค่อยเพิ่มรายละเอียดอื่นๆให้เข้ากับแต่ละตำแหน่ง ถ้าทำแบบนี้คุณน่าจะได้คนที่เหมาะสมมากกว่าที่คิดนะ

  • ระบุฐานเงินเดือนให้ชัดเจน

การระบุค่าตอบแทนที่ชัดเจนส่งผลต่อการพิจารณาการส่งใบสมัครงานของผู้สมัครมากทีเดียว เมื่อพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานบริษัทคร่าวๆได้ ควบคู่ไปกับความเหมาะสมต่อตำแหน่งงานนั้นๆ เช่น บริษัทบางแห่งหากกำหนดเงินเดือนไว้ในเรทที่มากกว่าเรททั่วๆไป ผู้สมัครก็คงพอจะ Assume ได้ว่าบริษัทมีโครงสร้างบริษัทเป็นอย่างไร ใหญ่หรือเล็ก ตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบ มีขอบเขตน่าจะกว้างแค่ไหน

  • สวัสดิการพนักงาน

สวัสดิการของพนักงานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้สมัครให้ความสนใจ อาจเรียกได้ว่า ผู้สมัครรุ่นใหม่อาจคำนึงถึงสวัสดิการที่ได้รับมากกว่าเงินเดือนเสียอีก เพราะสวัสดิการที่ดีหมายถึงการได้รับ Facility ดีๆ การได้รับโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ซึ่งปัจจุบันนี้มีสวัสดิการให้พนักงานมากมายและหลากหลายมากขึ้น เช่น บางบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานสามารถเบิกเงินซื้อหนังสือได้ สวัสดิการในการเบิกเงินซื้อเสื้อกันหนาว สวัสดิการคุณผู้ชายสามารถลาคลอดได้

(ขอบคุณข้อมูลจาก : HREX.asia)

จะหา IT Talent สักคนต้องไปตามหาที่ไหนกัน

จะหา IT Talent สักคนเป็นเรื่องที่ยากมากพอแล้ว จะหาคนที่เข้ากับองค์กรได้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่แล้วจะมีวิธีไหนไหมที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ วันนี้ Talance จะมาเปิดเผยเคล็ดลับการหา IT Talent ระดับ Top 10% ของประเทศที่ว่ากันว่าหายากนักหนากัน จะมีช่องทางอะไรบ้างไปดูกัน

ชี้เป้าช่องทางสำหรับหา IT Talent 

Social Media 

ปัจจุบัน Social Media ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของทุกคนเปรียบเสมือนโลกอีกใบเป็นสังคมออนไลน์ที่คุณจะสามารถพบเจอคนได้ทุกประเภท จึงเป็นหนึ่งในช่องทางที่สำคัญสำหรับการสรรหาบุคลากรที่HR ส่วยใหญ่เลือกใช้ ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าช่องทางอื่น และสามารถเจาะจงสื่อสารไปยังเฉพาะกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า การ Recruit คนผ่าน Social Media จึงเสมือนการยืงปืนนัดเดียวได้นก (ที่ต้องการ) หลายตัว

LinkedIn

Linkedin เป็น Business Social Network หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ด้านธุรกิจที่เน้นการสร้างเครือข่ายด้านธุรกิจและการหางานโดยเฉพาะ ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 700 ล้านคน ในหลากหลายระดับ ตั้งแต่นักศึกษาจบใหม่ คนทำงาน ไปจนถึงระดับ Executive Linkedin จึงเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสมในการสร้างโปรไฟล์อัปเดตผลงานแบบเรียลไทม์ซึ่งในมุมมองของผู้จ้าง การได้เลื่อนดูโปรไฟล์Linkedin มันดีกว่าอ่านเรซูเม่หรือ CV ตรงที่ได้เห็นพัฒนาการและทัศนคติโดยตรง เหมือนเวลาเราไปส่องเฟซใครสักคนเพราะอยากรู้จักเขามากขึ้นนั่นแหละ นอกจากนี้Linkedin ยังใช้ติดต่อพูดคุยระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้สมัครงานได้ตรง ๆ ด้วย สะดวกแถมประหยัดเวลามากที

JobsDB

JobsDB เป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดหางานที่มีความน่าเชื่อถือสูงทั้งกับ HR และกลุ่มคนที่กำลังหางาน (Job seekers) เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ให้คนสามารถเข้ามาสร้างโปรไฟล์ของตนเองได้จึงเป็นเรื่องง่ายหากองค์กรต้องการ IT Talent สิ่งที่ต้องทำก็มีเพียงแค่เตรียม Job Description ให้พร้อมและใช้เครื่องมือ Search หาคนที่มีทักษะความสามารถและประสบการณ์ตรงกับที่ต้องการเท่านั้นง่ายมากเลยใช่ไหม

Corporate Website

  • ผู้สมัครเป็นฝ่ายเข้าหาตัวบริษัทเอง
  • มีโอกาสการได้ IT Talent ที่ตรงกับข้อกำหนด

การใช้เว็บไซต์ของบริษัทเป็นการหาบุคลากรแบบ Passive คือผู้สมัครเป็นฝ่ายเข้าหาตัวบริษัทเอง และมักเป็นผู้สมัครที่มีความสนใจในตัวบริษัทเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงมีโอกาสการได้ IT Talent ที่ตรงกับข้อกำหนด การสร้างเว็บไซต์ (Career site) เพื่อรับสมัครพนักงาน ที่มีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจสำหรับผู้สมัคร และมีดีไซน์หน้าตาเว็บไซต์ที่น่าดึงดูด ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างมากไปในตัว แต่ด้วยความที่เป็น Passive จึงอาจไม่ใช่ช่องทางรับสมัครงานที่เจาะกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขวางนัก การทำให้คนมาสมัครเป็นจำนวนมากจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย และต้องอาศัยกลยุทธ์การโปรโมททำการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูง

แหล่งส่องผลงานชาว IT

GitHub

  • ให้บริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์และบนระบบ Cloud ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ทุกที่ ทุกเวลา
  • ได้รับความไว้วางใจจากนักพัฒนาหลายล้านคน
  • ศูนย์รวมของโปรเจกต์และนักพัฒนามากมายที่มารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และอัปเดตการทำงาน 

ทำความรู้จักกันก่อน GitHub คือเว็บไซต์ที่ให้บริการ Git (Version Control Repository) เป็นที่เก็บ Source Code ของโปรเจกต์ขนาดใหญ่มากมาย ที่ IT Talent หลายคนให้ความสนใจและใช้บริการอยู่เพราะความสะดวกในการใช้งาน GitHub ให้บริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์และบนระบบ Cloud ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ในส่วนของการใช้บริการมีให้ใช้ทั้งแบบฟรีและมีค่าใช้บริการ ซึ่งการให้บริการแบบฟรี จะเป็นการใช้งานแบบเปิดเผย Code ในโปรเจกต์ทั้งหมด ซึ่งผู้อื่นจะสามารถเข้าถึงได้ และส่วนนี้เองที่เป็นหนึ่งในเคล็ดลับการหา IT Talent เพราะการที่ผู้อื่นสามารถเข้าถึงได้นั่นหมายความว่าเราสามารถเข้าไปสรรหา IT Talent ที่มีความสามารถและดึงตัวมาร่วมงานด้วยได้ ถึงจะไม่สามารถการันตีความสำเร็จแต่แค่มีโอกาสบ้างก็เพียงพอแล้วถูกไหมล่ะ

จะรู้ได้ไงว่าเขาคือ IT Talent ที่เราตามหา ก็ต้องสกรีน สกรีน และสกรีน

สรีนเท่านั้นที่ครองโลก รู้ช่องทางการหาแล้วขั้นต่อไปคือการสกรีนเพื่อคัดเลือก IT Talent ง่าย ๆ แค่ 5 ขั้นตอนจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

Initial Screening

Intro call : 

เรียกอีกอย่างก็คือการสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ โดยส่วนใหญ่แล้วคำถามที่ใช้สัมภาษณ์จะเป็นคำถามทั่วไปที่สามารถตอบได้ง่าย จุดประสงค์ของขั้นตอนนี้ก็เพื่อดูว่า IT Talent มีทักษะในการสื่อสารมากแค่ไหนสามารถทำงานเป็นทีมได้หรือเปล่า ถ้าหากเจอคนที่มีสกิลดีแต่ทักษะการสื่อสารเข้าขั้นติดลบจากที่จะได้คนมาช่วยงานมันจะทำให้ระบบการทำงานพังเละแน่นอน

Resume Evaluation: 

ถึงเวลาสกรีนเรซูเม่กันแล้ว หลักๆคือจะดูประสบการณ์การทำงานทักษะสกิลและ Certificate ถ้าดูแล้วตรงกับที่ตามหาก็แปลว่ามาถูกทางแล้ว หรือสำหรับบางคนอาจจะมีความพิเศษอื่นๆอย่างเช่น เคยสร้างโปรแกรมมาก่อน หรือเคยเป็นหัวหน้าทีม ถ้ามีประสบการณ์พิเศษด้านใดด้านหนึ่ง ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ควรเก็บเขาไว้พิจารณาต่อเช่นเดียวกัน

Technical Assessments

Coding Tests: 

ดูจากเรซูเม่แล้วใช้ได้โปรไฟล์ผ่านสกิลก็เยอะถือว่าผ่านแล้วเลยได้ไหม ถ้าคิดแบบนั้นคงต้องบอกให้หยุดก่อน อีกหนึ่งเคล็ดลับในการหา IT Talent คือการทดสอบ คุณอาจจะเห็นจากเรซูเม่แล้วว่าเขามีทักษะอะไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเชี่ยวชาญทุกทักษะที่มีถูกไหม ดังนั้นการทำ Code Test จะช่วยให้คุณสามารถรู้ความสามารถของ Candidate ได้อย่างถ่องแท้เลยหล่ะ

Behavioral Assessments

Culture Fit :

ถ้า ผ่าน ผ่าน ผ่าน 3 ผ่านก็ถือว่าคุณได้ IT Talent ที่ความสามารถเหมาะสมแล้ว แต่การจะทำงานร่วมกันในองค์กรแค่ความสามารถอย่างเดียวมันไม่พอ คุณต้องพิจารณาจากทัศนคติและนิสัยส่วนตัวด้วย ว่ามีความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมขององค์กรไหมถ้าเกิดว่าวิสัยทัศน์ไม่ตรงกัน คงเกิดปัญหาในการทำงานขึ้นหรือหนักสุดอาจถึงขั้นทำให้คุณสูญเสีญพนักงานคนอื่นๆไปด้วยเลยทีเดียว

Problem-Solving :

เพราะปัญหาเกิดได้ทุกวัน โดยไม่เลือกเวลาและสถานที่ เช่นเดียวกันกับการทำงานที่มักเจอกับปัญหาทุกรูปแบบและเป็นปัญหาที่มาพร้อมกันโดยไม่ให้เวลาเตรียมตัว ดังนั้นทักษะสำคัญที่คนทำงานจำเป็นต้องมีคือ ทักษะในการเเก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คุณอาจจำลองสถานการณ์ขึ้นมาแล้วให้ Candidate ลองสมมติว่าถ้าเป็นตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์นั้นจะมีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไรให้ปัญหาคลี่คลายและไม่ลุกลามใหญ่โต ขั้นตอนนี้จะทำให้คุณได้รู้ถึงทัศนคติ และความสามารถในการแก้ไขปัญหาของผู้เข้ารับการคัดเลือกและจะช่วยให้คุณสามารถพิจารณาตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น

Team Collaboration:

มีทักษะในการแก้ไขปัญหาแล้วก็ต้องมีทักษะในการทำงานเป็นทีม เพราะการเป็น IT Talent ไม่ใช่งานที่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวทั้งหมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการสื่อสารระหว่างคนในทีมด้วย ในฐานะผู้สรรหาคุณอาจลองถามคำถามว่า ถ้าหากมีงานที่ต้องรับผิดชอบหลายโปรเจคจะมีวิธีสื่อสารกับคนในทีมอย่างไรเพื่อให้สามารถทำงานไปได้อย่างไม่ติดขัด แน่นอนว่าคำตอบที่คุณได้รับจะแสดงให้เห็นถึงทักษะการทำงานเป็นทีมของบุคคลนั้น

Soft Skills Evaluation:

ในที่สุดก็ถึงขั้นสุดท้ายแล้ว นอกจากความสามารถในเชิงเทคนิคแล้วอีกส่วนที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ “Soft Skills” แม้ว่าทักษะการแก้ปัญหาและทักษะการทำงานเป็นทีมจะเป็น Soft Skill อยู่แล้ว  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสกิลอื่นๆจะไม่สำคัญ 

ลองมาดูตัวอย่าง Soft Skill ที่ควรมีกันเถอะ

  • Communication
  • Adaptability
  • Ability to perform under pressure
  • Innovation
  • Listening
  • Delegation
  • Creativity
  • Work ethic
  • Leadership
  • Time management  

ถ้าคุณเจอ IT Talent ที่มีทั้ง “Hard Skills” และ “Soft Skills” แล้วหล่ะก็ต้องรีบคว้าไว้ให้ไวเพราะคนที่ครบขนาดนี้หาไม่ได้ง่ายๆแน่นอน

ข้อเสนอแบบไหนที่ทำให้ IT Talent อยากร่วมงานด้วย 

หลังจากผ่านขั้นตอนการคัดเลือกมาแล้ว นั่นหมายถึงคุณได้คนที่เหมาะจะดึงมาร่วมงานแล้วทีนี้จะทำยังไงให้ IT Talent อยากร่วมงานกับคุณหล่ะ ถ้าอยากรู้วิธีก็ไปดูกันเลย    

1) มอบโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนา และเติบโตอย่างก้าวกระโดด⁣⁣

สิ่งที่ IT Talent กำลังมองหานอกจากสวัสดิการที่ครอบคลุมและเงินเดือนที่เหมาะสม ก็คงจะเป็น Career Path ที่ค่อนข้างจะพิเศษกว่าที่อื่นๆ แน่นอนว่าไม่ได้แปลว่าได้รับการดูแลเป็นพิเศษแต่อย่างใด แต่หมายถึงการได้รับมอบหมายหน้าที่ให้รับผิดชอบมากขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ตนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มความรู้และทักษะได้ โดนทั้งหมดที่กล่าวถึงควรจะถูกเสนอ IT Talent ตั้งแต่ช่วงสัมภาษณ์ หรือในช่วง Onboarding Process เพราะจะทำให้องค์กรโดดเด่นขึ้นมาได้⁣⁣

2) ยืดหยุ่นกับสถานที่และเวลาทำงาน⁣⁣

⁣⁣จากแบบสำรวจของทุกโพลแสดงให้เห็นว่ามีพนักงานมากกว่า 58% ที่จะตัดสินใจมองหางานใหม่ หากองค์กรต้องการปรับรูปแบบการทำงานให้เป็น ON-Site และจะเพิ่มขึ้นเป็น 65% ทันทีถ้าเป็น IT Talent เพราะส่วนมากต้องการที่จะ Work From Anywhere มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ แน่นอนว่าเงื่อนไขข้อนี้เป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เพราะแม้แต่บรรดาบริษัท Tech ยักษ์ใหญ่ ยังมอบข้อเสนอให้ Work From Anywhere ได้แบบ100%

 3) แบ่งปันเรื่องราวของบริษัทกับ IT Talent⁣⁣

คนส่วนใหญ่อาจคิดว่า IT Talent คงเป็นประเภทไม่สนใจสิ่งรอบตัว แต่ความจริงแล้วคนเหล่านี้ก็ยังเป็นคนอยู่ดี ดังนั้นเรื่องวิสัยทัศน์ พันธกิจ หรือค่านิยมขององค์กรก็เป็นเรื่องที่คนเหล่านี้ให้ความสนใจ และการบอกเล่าหรือแบ่งปันเรื่องราวไม่ว่าจะเป็น ทิศทางขององค์กร หรือการฉายภาพให้เห็นว่าพวกเขาจะเป็นส่วนสำคัญ คือ การสร้างโอกาสให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้พิจารณาว่าความฝันและเป้าหมายในชีวิตส่วนตัวนั้นตรงและน่าจะไปกันได้กับองค์กรหรือไม่

อาจลองจินตนาการง่าย ๆ ว่าคนเนื้อหอมแบบนี้ไม่ได้สัมภาษณ์งานกับเราที่เดียวแน่นอน และหากเราเป็นเพียงองค์กรเดียว หรือหนึ่งในไม่กี่ตัวเลือกที่ Add-On เรื่องราวเหล่านี้ ปัจจัยนี้อาจเป็นตัวตัดสินความสำเร็จของ Recruiter เลยก็ได้ นอกจากนี้ การมี Shared Values ยังช่วยลดอัตราการ Turnover ได้มากกว่า 8.1% อีกด้วย⁣⁣

 4) มี tech tools ที่ทันสมัยและดีที่สุดให้ใช้ทำงาน⁣⁣

การที่องค์กรมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้ IT Talent อยากร่วมงานด้วยเป็นเรื่องปกติ เพราะทุกคนต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่ายิ่งมีเครื่องมือที่ทันสมัยมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และผลลัพธ์ที่ได้ก็จะดียิ่งขึ้นไปอีก ดึงตัว IT Talent ที่มีความสามารถมาร่วมงานก็ควรต้องเตรียมเครื่องมือที่เหมาะสมกับคนด้วย เพื่อให้งานที่ทำประสบความสำเร็จสมกับความคาดหวัง

สรุป

การแข่งขันเพื่อแย่งชิง IT Talent นั้นดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน และน่าจะยังคงเป็นแบบนี้ไปอีกเรื่อย ๆ ดังนั้นหากองค์กรต้องการตัว IT Talent ที่มีความสามารถสูงก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็น

การมี Job Description ที่น่าสนใจการคัดเลือกเพื่อให้ได้คนที่ตรงความต้องการ หรือแม้แต่การยื่นข้อเสนอที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ถ้าองค์กรสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ก็สามารถรับประกันได้เลยว่าคุณจะเป็นจะประสบความสำเร็จในการแข่งขันแย่งชิง IT Talent แน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมกระบวนการ Onboarding ที่มีประสิทธิภาพถึงสำคัญกว่าที่คุณคิด

เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่า ไม่ว่าวิธีการทำงานจะเปลี่ยนไปขนาดไหน จะเป็นการทำงานแบบ Hybrid หรือ Flexible Work การมีพนักงานใหม่เข

Jo

23 Jan 2024 | 1 นาทีอ่าน

HR ห้ามพลาด! รวบรวมรูปแบบการให้โบนัสครอบคลุมสำหรับสาย Tech พร้อมวิธีคำนวณเพื่อนำไปปรับใช้ในองค์กร

เดินทางมาถึงสิ้นปีแล้ว มีพนักงานหลายคนที่กำลังรอคอยโบนัสสิ้นปีนี้จากบริษัทหลากหลายบริษัทอยู่ โบนัสเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้พ

Jo

19 Dec 2023 | 1 นาทีอ่าน

องค์กรห้ามพลาด! การสร้าง Diversity ในอุตสาหกรรม Tech

เมื่อความหลากหลายกลายเป็นเรื่องสำคัญเชิงกลยุทธ์ บริษัทต่าง ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับความหลากหลายเพื่อสร้างทีมที่มีชีวิตชี