หา Developer ด้วยตัวเอง vs talance

หา Developer ด้วยตัวเอง vs Talance แบบไหนดีกว่า

admin

11 Apr 2022 | 1 นาทีอ่าน

หา Developer ด้วยตัวเอง ดีไหม ? หรือควร หา Developer จากไหนดี ? วันนี้ Talance เรามีคำตอบ ! Developer หรือ Programmer เป็นหนึ่งในอาชีพยอดนิยมที่ได้รับการจ้างงานมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเข้ามาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจทั้งขนาดเล็กถึงใหญ่ซึ่งทำให้การดำเนินธุรกิจนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเว็บไซต์ ซอฟแวร์ หรือระบบเครือข่ายต่าง ๆ ของบริษัทให้สามารถดำเนินกิจการต่อได้ 

ที่ผ่านมาปี 2021 ที่ธุรกิจ Start up ในประเทศไทยนั้นเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก กว่า 1,000% โดยได้สร้างธุรกิจระดับยูนิคอร์นไว้เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น Flash Express, TrueMoney Wallet และ Bitkub ซึ่งสังเกตุเห็นได้ว่า 2 ใน 3 ของธุรกิจที่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับยูนิคอร์นได้นั้นล้วนมีหัวใจสำคัญจากแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันที่จำเป็นจะต้องมีโปรแกรมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทั้งสิ้น

แน่นอนว่าการ Recruit Developer ที่มีประสบการณ์นับเป็นหนึ่งใน pain point อย่างมากในปัจจุบันเนื่องจากหากแบรนด์หรือองค์กรมีภาพลักษณ์ที่ไม่แข็งแรงและเป็นมิตรกับ Dev มากเพียงพอก็มักจะสูญเสียโอกาสในการได้คนเก่ง ๆ ไปในทันที ซึ่งหากมองในภาพตรงกันข้าม software house, tech company หรือบริษัทที่มีภาพลักษณ์องค์กรที่ดี เช่น Kbank, Bitkub, Agoda, SCB, Wongnai และอื่น ๆ อีกมากมายมักเป็นสถานที่รวมตัวตัวของเหล่าบรรดา Developer แนวหน้าของประเทศไทย ซึ่งทำให้โปรแกรมเมอร์จากที่ต่าง ๆ อยากเข้าไปทำงานร่วมกัน

เทียบให้ชัดระหว่าง หา Developer ด้วยตัวเอง กับ Talance

การจ้างงาน In-House ในระยะยาวนั้นดูเหมือนจะคุ้มค่ากว่าการจ้างงาน Freelance แต่หากงานนั้นเป็นงานที่จะต้องใช้ทรัพยากรบุคคลในระยะเวลาสั้น ๆ การหา Developer ด้วยตัวเองนั้นดูเหมือนจะเสียค่าใช้จ่ายที่มากกว่าการมองหาตัวช่วยจากภายนอก ยิ่งหากมีข้อจำกัดด้านเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแล้วนั้นการหา Full-time Developer ให้ได้ภายใน 3 วันดูเหมือนจะเป็นเรื่องเพ้อฝันไปเลยทีเดียว

ทั้งนี้ถ้าจะเทียบให้ชัดระหว่าง “หา Developer ด้วยตัวเอง” กับ “ให้ Talance จัดการให้” แล้วนั้นสามารถแบ่งออกเป็นข้อย่อยได้ ดังนี้

ระยะเวลาค้นหา Candidate

จุดแรกที่แตกต่างได้อย่างชัดเจนนั่นคือระยะเวลาที่ได้ Candidate ที่พร้อมเริ่มงาน แน่นอนว่าการหา Developer ด้วยตัวเองนั้นจะต้องมีขั้นตอนที่มากมาย เช่น ถามความต้องการของบริษัท ส่งเรื่องต่อไปยังฝ่ายบุคคล ระบุคุณสมบัติ การเปิดรับสมัคร การคัดครองผู้สมัคร การสัมภาษณ์ และการทดสอบความสามารถ ด้วยกระบวนการทั้งหมดนี้อาจกินเวลาเป็นอย่างน้อย 15 วันหรือมากที่สุดคือ 2 – 3 เดือน ซึ่งหากบริษัทของคุณจำเป็นที่จะต้องการโปรแกรมเมอร์อย่างเร่งด่วนนั้นก็ดูเหมือนว่าด้วยระยะเวลาที่ได้ Candidate นี้จะมากจนเกินไป

ในทางกลับกัน Talance มี Freelance Developer พร้อม on-board จำนวนมากที่จะช่วยลดระยะเวลาในการค้นหา ดูโปรไฟล์ นัดสัมภาษณ์ ทดสอบความสามารถ ซึ่งเปรียบเสมือนมี HR ที่มีบุคคลากรอยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่ต้องเสียเวลานานถึง 15-30 วัน ทั้งนี้หากเป็น tech stack ที่หายากหรือยังไม่มีบนแพลตฟอร์มอาจใช้เวลาในการค้นหามากขึ้น 1 สัปดาห์ – 1 เดือน

สรุประยะเวลาค้นหา candidate หากคุณต้องการคนที่มีความสามารถในระยะเวลาอันสั้น Talance มักตอบโจทย์มากกว่าการค้นหาแบบปกติ แต่หากคุณต้องการจ้างพนักงานระยะยาวซึ่งมีการเตรียมการล่วงหน้ามาเป็นระยะเวลานานแล้วนั้นการค้นหา developer ด้วยตัวเองก็ถือเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน

Motivation ต่อองค์กร

การทำงานเป็นทีมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งหากมีความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรรวมถึงรูปแบบการทำงานภายในแล้วนั้นก็มักที่จะสื่อสารให้เข้าใจและทำงานร่วมกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สิ่งนี้มักเกิดขึ้นกับ Full-time Developer มากกว่าฟรีแลนซ์เนื่องจากบริษัทมักจะมีการฝึกสอนงาน รวมถึงแบ่งปันวัฒนธรรมองค์กรและองค์ความรู้ต่าง ๆ คนทั่วไปมักเรียกกันว่า “business know-how” ที่จะช่วยให้ผู้คนภายในต่างมี motivation ไปในทิศทางเดียวกันซึ่งเรียกว่าเป็นความสัมพันธ์แบบ long-term

ทั้งนี้หากมองในทางกลับกัน Freelance มักทำงานแบบ project by project ในระยะเวลาสั้น ๆ หรือ short-term เท่านั้นทำให้ความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรนั้นน้อยกว่า ซึ่งปัจจัยที่สำคัญในการได้ฟรีแลนซ์ที่มีความเข้าใจองค์กรนั่นก็คือการเลือกบุคคลที่มีความเข้าใจในงานและองค์กรให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

สรุป motivation ต่อองค์กร การค้นหา developer ด้วยตัวเองนั้นเป็นมักตอบโจทย์มากกว่าการจ้างฟรีแลนซ์อย่างแน่นอน ซึ่งหากจำเป็นที่จะต้องจ้างฟรีแลนซ์เข้ามาช่วยงานอย่างเร่งด่วนแล้วนั้นก็จะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรรวมถึงมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะช่วยให้การทำงานร่วมกันนั้นลงตัวมากที่สุด

ความเชี่ยวชาญ

คุณสมบัติ ประสบการณ์ และผลงานที่ผ่านมาของโปรแกรมเมอร์นั้นก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยในการการันตีฝีมือและความเข้าใจในเนื้องานของบริษัทได้ดี ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่นั้นมักเกิดจากการที่บริษัทชั้นนำนั้นมักมีผู้สมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่มีคุณสมบัติที่ไม่เพียงพอหรือมีความสามารถที่ไม่ตอบโจทย์ต่อองค์กรทั้งหมด อาธิ นาย A เป็น senior ในบาง skill หรือ tech stack แต่ก็เป็น junior ใน skill หรือ tech stack บางตัว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโปรเจกต์นั้น ๆ 

การหา Developer ด้วยตัวเองนั้นมักเกิดปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวในข้างต้นเป็นจำนวนมากอีกทั้งบริษัทยังไม่สามารถควบคุม requirement เล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เช่น โปรแกรมเมอร์สามารถเขียนภาษา java ได้แต่ไม่มีความเข้าใจ tools ของบริษัททำให้งานมีความล่าช้าในช่วงแรกของการจ้างงาน อย่างไรก็ตามการหา Developer ด้วยตัวเองก็หาเองก็สามารถหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้เหมือนกันแต่มักจะหายากกว่าการตามหาฟรีแลนซ์จากภายนอก

ทั้งนี้การหา Developer ผ่าน Talance เปรียบเสมือนกับการนำ requirement มาเทียบฟรีแลนซ์ที่อยู่ในระบบโดยตรง ทำให้สามารถค้นหา Dev ที่อยู่ในตลาดจำนวนมากได้อย่างง่ายดายอีกทั้งยังสามารถการันตีโปรไฟล์สกิลระดับ senior ด้วยประสบการณ์มากกว่า 2 ปีหรือเคยผ่านการรับงานมาแล้วกว่า 3 โปรเจกต์ขึ้นไป

สรุปความเชี่ยวชาญหากคุณต้องการโปรแกรมเมอร์ที่ตรงกับตามคุณสมบัติอย่างแน่นอนอีกทั้งยังได้ Senior มากประสบการณ์เข้าไปมีส่วนช่วยในการพัฒนา Talance ดูจะตอบโจทย์มากกว่าการหาด้วยตัวเอง ทั้งนี้โปรแกรมเมอร์มักไม่ก้าวอยู่กับที่และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอนั่นทำให้ในช่วงแรกอาจต้องให้เวลา Dev ที่หามาด้วยตัวเองในการพัฒนาเพื่อก้าวเข้าสู่ระดับเดียวกันหรือเหนือกว่าฟรีแลนซ์

ค่าตอบแทน 

หลายคนอาจรู้สึกว่าการจ้างงาน In-House นั้นประหยัดกว่าการจ้าง Freelance เป็นจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นการจ้าง In-House ในบริษัทที่ไม่ใช่ tech company หรือ software house เช่น โรงงานอุตสาหกรรม, Digital Marketing, โรงเรียน หรือ ธุรกิจร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก ซึ่งไม่มีความจำเป็นจะต้องสูญเสียเงินในการจ้างโปรแกรมเมอร์ในระยะยาว การจ้าง in-house เข้าบริษัทนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นการสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ

กลับกันค่าตอบแทนของฟรีแลนซ์นั้นมักจะจบเป็นโปรเจกต์ไป ทำให้เมื่อจบโปรเจกต์ก็ไม่ต้องจ่ายหากไม่มีงานให้ทำเพิ่ม อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการไล่พนักงานซึ่งเป็นผลเชิงลบต่อบริษัทได้อีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ Talance ได้ทำสัมภาษณ์ร่วมกับ WE Digital หนึ่งในผู้ใช้บริการจริงของทาแลนซ์ในหัวข้อ “เมื่อการจ้าง Freelance Developer ประหยัดกว่า Full-time Developer ถึง 30%” 

สรุปค่าตอบแทน การหา Developer ด้วยตัวเองซึ่งส่วนใหญ่มักจ้างในรูปแบบของ Full-time มากกว่าฟรีแลนซ์ต้องเผชิญหน้ากับค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่มหาศาล ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงสวัสดิการต่าง ๆ ที่บริษัทจะมอบให้กับพนักงาน แต่สำหรับการจ้างฟรีแลนซ์ “ทำเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” ดูจะเป็นคำที่ตอบโจทย์มากที่สุด

การสื่อสารใน Working hour

ท้ายที่สุดการหา Developer ด้วยตัวเองมักจะสามารถกำหนดข้อกำหนดต่าง ๆ ได้โดยให้ developer เป็นคนเลือกที่จะยอมรับข้อกำหนดต่าง ๆ รวมถึงการทำงานใน working hour หรือ “เข้างาน 09.00 – 18.00” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่มักเลือกที่จะปฏิเสธมากที่สุด แต่ทั้งนี้นี่อาจไม่ใช่อุปสรรคอย่างที่คิดเนื่องจากทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยเพื่อหาข้อตกลงตรงกลางได้ เช่น สามารถประชุมร่วมกับทีมได้กี่โมง กรณีฉุกเฉินต้องติดต่อยังไงผ่านช่องทางไหน ตารางการทำงานในแต่ละวัน 

สรุปการสื่อสารใน working hour หากเป็น developer ที่หามาด้วยตัวเองนั้นอาจไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารหรือการทำงานในช่วงเวลาทำงานปกติ แต่หากเป็นการจ้างฟรีแลนซ์เข้ามาช่วยทำงานอาจต้องมีการตกลงกันให้ดีเพื่อที่จะไม่มีปัญหาต่าง ๆ เข้ามาในภายหลัง

สรุป หา Developer ด้วยตัวเอง vs Talance

หากองค์กรมีแผนที่จะพัฒนาบุคคลในระยะยาว การจ้างงานฟรีแลนซ์อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดแต่นับเป็นทางเลือกที่ไม่เลว เช่น ในช่วงแรกของการพัฒนาโปรเจกต์อาจจ้างฟรีแลนซ์เข้ามาช่วยงานให้ดำเนินไปได้ก่อนที่จะส่งมอบต่อให้กับทีมโปรแกรมเมอร์ที่หามา ทั้งนี้หากต้องการสร้างทีมใหม่ขึ้นมาโดยแต่ละคนล้วนเป็นเด็กใหม่ที่มีประสบการณ์เล็กน้อยการจ้างงานฟรีแลนซ์เฉพาะทางเข้าไปช่วยเสนอองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้กับทีมก็จะช่วยให้ทีมทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้นและช่วยให้โปรเจกต์ของบริษัทเสร็จสิ้นตามกำหนดอย่างแน่นอน

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

บทความที่เกี่ยวข้อง

รู้จักกับ Total Experience (TX) กลยุทธ์การสร้างประสบการณ์แบบครบวงจร

เมื่อเอ่ยถึง Total Experience (TX) หลายคนอาจไม่คุ้นชินหรือรู้จักมันมากนัก แต่จริง ๆ แล้วใครจะรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่า TX ได

admin

10 Sep 2022 | 1 นาทีอ่าน

Internet of Behaviors (IoB) เทรนด์ใหม่ที่หลายๆ องค์กรต้องจับตามอง

หลายคนคงคุ้นชินหรือเคยได้ยินคำว่า Internet of Things (IoT) กันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผลักด

admin

24 Jul 2022 | 1 นาทีอ่าน