จ้าง freelance

จ้าง Freelance แทน In-house ต้นทุนถูกกว่าจริงหรือ?

admin

04 Mar 2022 | 1 นาทีอ่าน

หลายคนอาจรู้สึกว่าการ จ้างงาน In-House นั้นประหยัดกว่าการ “จ้าง Freelance” เป็นจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นการจ้าง Freelance ก็สามารถที่จะเข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่ายในบริษัทจำนวนมากได้เช่นกัน โดยหากมองในแต่ละปัจจัยดังต่อไปนี้

ค่าใช้จ่ายต่อโปรเจกต์

ในมุมมองของการจ้าง In-House การจ้างพนักงานประจำในบริษัทนั้นย่อมคุ้มต้นทุนในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากในระยะเวลา 1 เดือน นั้น software house สามารถรับงานจากผู้ว่าจ้างได้มากถึง 6-8 โปรเจกต์ต่อเดือน ซึ่งแต่ละโปรเจกต์นั้นจะมีรายได้อยู่ราว ๆ 30,000 – 400,000 บาท ตาม scope of work ของงานและความต้องการ tech stack ที่แตกต่างกันออกไป 

ซึ่งการจ้าง In-House นั้นมีค่าใช้จ่ายที่คงที่ในแต่ละเดือนอยู่ราว 30,000-50,000 บาทต่อเดือนต่อคน นั่นแปลว่าหากคิดรายได้เฉลี่ยลบค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแล้วหล่ะก็จะสามารถบอกได้ว่าค่าใช้จ่ายรายโปรเจกต์ของการจ้าง In-House เป็น

“รายได้สุทธิ = รายได้เฉลี่ย – ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย”

ตัวอย่างเช่น

รายได้สุทธิ = (100,000 บาท x 8 โปรเจกต์) – (40,000 บาท x 10 คน) = 400,000 บาท

ในมุมมองของการจ้าง Freelance การจ้างฟรีแลนซ์เข้ามารับงานในระยะยาวนั้นดูจะไม่คุ้มทุนมากกว่าเนื่องจากหากมีการรับงานในรูปแบบ software house ซึ่งรับงานจากผู้ว่าจ้าง 6-8 โปรเจกต์ จะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น

รายได้สุทธิ = (100,000 บาท x 8 โปรเจกต์) – (30,000 บาท x 3 คน x 8 โปรเจกต์) = 80,000 บาท

หมายเหตุ : หากคิดในกรณีที่จะต้องจ้างงานฟรีแลนซ์ใหม่ในทุกโปรเจกต์

ค่าใช้จ่ายต่อเดือน

ในมุมมองของการ จ้าง In-House แน่นอนหากเป็นโปรเจกต์ระยะสั้น In-House มักจะเสียเปรียบการจ้างฟรีแลนซ์มากกว่าเนื่องจากต้องแบกรับ fix cost ระยะยาวในแต่ละเดือน ซึ่งหากภายใน 1 เดือนนั้นมีโปรเจกต์เข้ามาเพียง 1-2 โปรเจกต์ หรือ เป็นการพัฒนาซอฟแวร์ในระยะสั้น ในมุมมองของ In-House จะดูเสียเปรียบมากกว่า ตัวอย่างเช่น

รายได้สุทธิ = [(100,000 บาท x 1 โปรเจกต์) – (28,000 บาท x 10 คน)] x 12 เดือน = 2,160,000 บาท

ในมุมมองของการ จ้าง Freelance เนื่องจากไม่ต้องแบกรับ fix cost ในระยะยาวทำให้สามารถจัดการโปรเจกต์จำนวนน้อยและระยะสั้นในแต่ละเดือนได้โดยไม่ “ขาดทุน” ไปเสียก่อน อีกทั้งยังช่วยให้สามารถสร้างกำไรในแต่ละเดือนให้อยู่รอด

รายได้สุทธิ = [(100,000 บาท x 1 โปรเจกต์) – (28,000 บาท x 3 คน x 1 โปรเจกต์)] x 12 เดือน = 192,000 บาท

หมายเหตุ : เป็นเพียงการประมาณจากค่าใช้จ่ายจากเงินเดือนเท่านั้น ซึ่งหากมองจากสวัสดิการ ค่าน้ำ ค่าไฟ สำหรับพนักงานประจำแล้วนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่านี้

ต้นทุนด้านการหา Candidate

ในมุมมองของการ จ้าง In-House สำหรับการค้นหา Full-time Developer ที่มี tech stack หรือ skill ที่เพียงพอต่อการเริ่มต้นโปรเจกต์นั้นมักจะมีเวลาในการค้นหาที่ “ยาวนานกว่า” ซึ่งอาจกินเวลานานถึง 1 เดือนหรือ 6 เดือนตามความหายากของ tech stack นั้น ๆ ทำให้ไม่สามารถจบโปรเจกต์ได้อย่างทันท่วงที ตัวอย่างเช่น

“บริษัท A มีโปรเจกต์ที่ต้องการ Flutter Developer แต่ไม่สามารถหาคนเข้ามารับโปรเจกต์ได้ทันท่วงที ทำให้ต้องสูญเสียรายได้มากถึง 300,000 บาทในเดือนนั้น”

ในมุมมองของการ จ้าง Freelance ในทางกลับกันหากเป็นการค้นหา Freelance Developer นั้นอาจจะง่ายมากกว่าเนื่องจากสามารถค้นหาฟรีแลนซ์ที่จะเข้ามารับงานได้ภายในระยะเวลา 1-14 วัน ซึ่งการที่เราสามารถ candidate ได้ภายในระยะเวลาที่สั้นขนาดนี้จะทำให้บริษัทสามารถปิดโปรเจกต์ได้อย่างรวดเร็วอย่างมากเลยทีเดียว

นั่นแปลว่าหากคุณต้องการคนเร่งด่วนที่จะเข้ามาช่วยให้บริษัทของคุณอยู่รอดและไม่ปฏิเสธงานจากลูกค้า ก็สามารถที่จะจ้างฟรีแลนซ์เข้ามาเสริมทีม ในทางกลับกันหากคุณจะต้องรอผู้สมัครเพื่อเข้าเป็นพนักงานประจำนานกว่า 1-2 เดือนนั้นบางทีบริษัทของคุณอาจสูญเสียโอกาสสำคัญและล้มเหลวทางการเงินก่อนแล้ว

ต้นทุนด้านเวลา

ในมุมมองของการ จ้าง In-House สำหรับการจ้าง In-House นั้นต้องยอมรับการคลุกคลีกับบริษัทเป็นระยะเวลานานมักจะพบการสื่อสารภายในทีมและรู้วัฒนธรรมองค์กรได้ดีกว่าฟรีแลนซ์ แต่ระยะเวลาในการเรียนรู้งานอาจจะใช้เวลานานในการเรียนรู้ learning curve ของโปรเจกต์ และมีเวลาน้อยให้กับการเรียนรู้โปรเจกต์ใหม่ ๆ เนื่องจากบริษัทมักจะส่งมอบงานที่ตรงกับความสามารถของคุณอยู่เสมอ

ในมุมมองของการ จ้าง Freelance หากจะดูต้นทุนด้านการเรียนรู้วัฒนธรรมและการสื่อสารภายในทีมดูเหมือนจะแพ้อย่างราบคาบ แต่ด้วยประสบการณ์การรับงานฟรีแลนซ์ที่หลากหลายโปรเจกต์และพบเจอผู้คนเป็นจำนวนมาก รวมถึงได้เรียนรู้งานและโปรเจกต์ใหม่ ๆ อยู่เสมอผ่านการจ้างงานของผู้ว่าจ้าง ก็สามารถที่จะส่งมอบงานที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือมากกว่าที่ต้องการได้ในระยะเวลาที่สั้นกว่า แต่ข้อที่ควรระวังนั่นก็คือฟรีแลนซ์อาจรับงานซ้อนหรือมีเวลาให้กับผู้ว่าจ้างน้อยกว่า In-house นั่นเอง

เรียนรู้จาก Case จริง

ก่อนหน้านี้ Talance ได้ทำ testimonial ร่วมกับ WE Digital บริษัท Digital Marketing ชั้นนำของประเทศไทยที่มีทีม Dev ในบริษัทเพียง 1 คนเท่านั้น โดยจากการสัมภาษณ์ก็พบว่า 

“การจ้างงานฟรีแลนซ์จาก Talance สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30% พอตัดปัญหาเรื่อง screen ไปก็ทำให้เราประหยัดเวลาไปทำในส่วนอื่นได้แบบเต็มที่ อีกทั้งถ้าคิดในแง่ของด้านอื่นมารวม ๆ กัน เช่น สวัสดิการ หรืออื่น ๆ ทำให้อาจประหยัดไปได้ถึง 30-50% เลยทีเดียว”

จ้าง Freelance แทน In-house ต้นทุนถูกกว่าแค่ไหน

จ้าง In-House vs จ้าง Freelance

หากคุณกำลังต้องการจ้าง In-House ในโปรเจกต์ระยะสั้นนั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยคุ้มกว่ากว่าการ จ้าง Freelance มากนัก แต่หากมองในมุมของระยะยาวแล้วนั้นการแบกรับค่าใช้จ่ายที่เป็น fix cost ก็ดูจะตอบโจทย์มากกว่า

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

บทความที่เกี่ยวข้อง

Talance Hiring Guide : Flutter Developer #6

Flutter Developer กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากหลังธุรกิจแพลตฟอร์ม เช่น Mobile Apps กลับมาเติบโตในช่วงการระบาดของโควิด-1

admin

10 Aug 2022 | 2 นาทีอ่าน

Talance Hiring Guide : Unity Developer #5

นักพัฒนา Unity Developer ไม่ได้หายากอย่างที่คิดเพียงแต่คุณอาจจะยังไม่เจอแนวทางการจ้างนักพัฒนาที่ถูกต้อง ซึ่งหากคุณต้องกา

admin

27 Jul 2022 | 2 นาทีอ่าน

Internet of Behaviors (IoB) เทรนด์ใหม่ที่หลายๆ องค์กรต้องจับตามอง

หลายคนคงคุ้นชินหรือเคยได้ยินคำว่า Internet of Things (IoT) กันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผลักด

admin

24 Jul 2022 | 1 นาทีอ่าน

Talance Hiring Guide : React Native Developer #4

React Native คือ Framework ของ JavaScript ที่สร้างขึ้นสำหรับการเขียนแอปพลิเคชั่นบนมือถือ เพื่อแสดงผลบนระบบปฏิบัติการ And

admin

13 Jul 2022 | 2 นาทีอ่าน

Talance Hiring Guide : Javascript Developer #2

เริ่มกันกับ Talance Hiring Guide ที่จะช่วยให้ชีวิตการจ้างงานโปรแกรมเมอร์หรือ Developer ง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยในครั้งนี้เ