ยื่นภาษี อย่างไรหากเป็นฟรีแลนซ์

เป็น Freelance ยื่น ภาษี ไม่ยากเหมือนที่คิด!

admin

01 Feb 2022 | 1 นาทีอ่าน

ในช่วงต้นปีของทุกปีจะเป็นเทศกาลยื่น ภาษี ให้กับประเทศไทยซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก สำหรับพนักงานประจำเองก็ไม่ต้องกังวลอะไรมากเนื่องจากบริษัทมีการจัดเตรียมเอกสารการเสียภาษีและให้คำแนะนำต่าง ๆ หรือบางบริษัทอาจจะยื่นภาษีให้กับกรมสรรพากรโดยตรง แต่สำหรับ Freelance นั้นอาจจะต้องเตรียมการด้วยตัวเอง แต่จะเตรียมการยังไงนั้น วันนี้ Talance จะพาคุณมาเตรียมตัวยื่นภาษีสำหรับฟรีแลนซ์ไปพร้อม ๆ กันครับ

เกณฑ์การเสีย ภาษี

ก่อนอื่นจะต้องทราบก่อนว่าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงใหญ่ ๆ นั่นได้แก่

คิดภาษีแบบขั้นบันได

การคำนวณอัตราภาษีแบบขั้นบันไดนั้นจะคิดจาก “เงินได้สุทธิ” โดยมีสูตรการคำนวณดังต่อไปนี้ 

“เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน”

ซึ่งการคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายนั้นสามารถคิดได้จาก “เงินได้สุทธิ x อัตราภาษีตามเงินได้สุทธิ”

ภาษีขั้นบันได หรือ ภาษีเงินได้ ประจำปี 2565

นั่นแปลว่าหากนาย A มีเงินได้สุทธิตลอดทั้งปีเป็นเงิน 384,000 บาท คุณจะต้องจ่ายภาษีทั้งหมด

  • ขั้นที่ 1 ได้รับการลดหย่อนภาษี = 0 บาท
  • ขั้นที่ 2 มีเงินได้สะสมในขั้นนี้ 150,000 บาท x 5% = 7,500 บาท
  • ขั้นที่ 3 มีเงินได้สะสมในขั้นนี้ 84,000 บาท x 10% = 8,400 บาท

ดังนั้นคุณจะต้องเสียภาษีทั้งหมด 0 + 7,500 + 8,400  = 15,900 บาท หรือคิดเป็น 4.14% ของเงินได้สุทธิทั้งหมด (อย่าลืมว่าเงินได้สุทธินั้นผ่านการหักค่าลดหย่อนมาแล้วนะ!)

คิดภาษีแบบเหมาจ่าย

กรณีที่จะต้องคำนวณภาษีตามวิธีคิดแบบเหมา คือต่อเมื่อมีรายได้ทางอื่นนอกเหนือจากเงินได้ประเภทที่ 1 หรือเงินเดือน หากรายได้จากทางอื่นทั้งหมดมีจำนวนรวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ให้คำนวณในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน โดยคำนวณจาก 

“ภาษีแบบเหมาจ่าย = (เงินได้ทุกประเภท – เงินเดือน) x 0.005”

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น เช่น นาย A มีรายได้จากการรับงานฟรีแลนซ์บนแพลตฟอร์มหนึ่งจำนวน 384,000 บาท เมื่อคำนวณภาษีด้วยวิธีเหมาจ่ายโดยนำรายได้ 384,000 บาท คูณ 0.5% เท่ากับ 1,920 บาท 

เปรียบเทียบและสรุป

เปรียบเทียบและสรุป โดยให้เทียบกันระหว่าง 2 วิธีนี้ คือ วิธีคิดแบบขั้นบันได กับ วิธีคิดแบบเหมา โดยวิธีใดคำนวณแล้วเสียภาษีสูงกว่า ให้เลือกเสียภาษีตามวิธีนั้น

โดยตามที่เราได้ยกตัวอย่างนาย A ไปสรุปสุดท้ายนั่นแปลว่านาย A จะต้องเสียภาษีแบบ “ขั้นบันได” โดยมีค่าใช้จ่าย 15,900 บาท นั่นเอง!

เตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ต้องอธิบายก่อนว่าฟรีแลนซ์ ยังคงใช้เกณฑ์จำนวน “เงินได้สุทธิ” ในการคำนวนภาษี เช่นเดียวกับพนักงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือน โดยเงินได้ของฟรีแลนซ์จะเข้าข่าย “เงินได้ประเภทที่ 2” ตามประมวลรัษฎากร หรือ “เงินได้มาตรา 40 (2)” 

มีรายได้จากทางไหนบ้างตลอดปี?

สิ่งที่จะต้องทราบเลยก็คือตลอดปีที่ผ่านมานั้นเรามีรายได้จากทางไหนบ้าง และแต่ละที่ได้เท่าไหร่ ซึ่งจะต้องจดบันทึกไว้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการหลงลืมหรือการยื่นภาษีไม่ครบถ้วนอาจส่งผลให้เราต้องกลับมาเสียภาษีเพิ่มเติมย้อนหลังได้

รวบรวมใบหักภาษี

แน่นอนว่าสิ่งที่คำคัญสำหรับฟรีแลนซ์มาก ๆ นั่นก็คือ “ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย” หรือ “ใบ 50 ทวิ” ที่ระบุวันตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคมของปีที่ผ่านมา โดยจะต้องรวบรวมใบหักภาษีให้ครบถ้วน ถ้าข้อมูลในส่วนนี้ไม่ครบให้ทวงถามผู้ว่าจ้าง เพราะหากตกหล่่นอาจโดนภาษีเพิ่มเติมย้อนหลังได้

ลดหย่อนภาษี

รู้หรือไม่? ต่อให้เป็นฟรีแลนซ์ก็สามารถที่จะลดหย่อนภาษีได้ โดยปกติแล้วพนักงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือนมักจะโดนหักค่าประกันสังคมจำนวน 750 บาทในแต่ละเดือน ซึ่งสามารถใช้ลดหย่อนภาษีประจำปีได้สูงสุด 9,000 บาท (คำนวณจาก 750 บาท x 12 เดือน)

โดยสิทธิลดหย่อนภาษี 2565 (อัปเดตล่าสุด!) สามารถลดหย่อนได้ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิลดหย่อนผู้มีเงินได้ 60,000 – 120,000 บาท แล้วแต่กรณี
  2. คู่สมรส 60,000 บาท
  3. บุตร คนละ 30,000 บาท บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป คนละ 60,000 บาท
  4. อุปการะบิดามารดาของผู้มีเงินได้ หรือของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้
  5. อุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ
  6. เบี้ยประกันชีวิตของบิดามารดาของผู้มีเงินได้ หรือของคู่สมรส
  7. เบี้ยประกันชีวิต, เบี้ยประกันสุขภาพ, เบี้ยประกันแบบบำนาญ
  8. เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ
  9. ค่าซื้อหน่วยลงทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
  10. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนเพื่อการออม SSF
  11. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย
  12. เงินสมทบกองทุนประกันสังคม

ดังนั้นอย่าลืมเช็กสิทธิลดหย่อนภาษีพร้อมเตรียมหลักฐานการลดหย่อนให้พร้อม เพื่อที่คุณจะได้ไม่เสียสิทธิลดหย่อนภาษีอย่างที่ควรจะเป็น

มายื่น ภาษี กันเลย

การยื่นภาษีในแต่ละครั้งจะต้องยื่นแบบชำระการจ่ายภาษี ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.94 โดยจะแบ่งออกเป็นดังต่อไปนี้

  1. ภ.ง.ด.90 สำหรับใช้สำหรับผู้มีเงินได้ประเภทที่มิใช่เงินเดือน หรือมีเงินได้ 2 ประเภท ขึ้นไป (หรือสำหรับคนมีเงินเดือนและมีรายได้อื่นด้วย)
  1. ภ.ง.ด.91 ใช้สำหรับผู้มีเงินได้ประเภท “เงินเดือน” อย่างเดียวให้ยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้ของทั้งปี เพียงครั้งเดียวภายในเดือน มี.ค.ของปีถัดไป
  1. ภ.ง.ด.94 ใช้สำหรับผู้มีเงินได้ ตามมาตรา 40(5)-(8) ต้องยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้ของงวด ม.ค.-มิ.ย. ภายในเดือน ก.ย. ปีเดียวกัน (เป็นการเสียภาษีครึ่งปี สำหรับคนไม่มีเงินเดือน แต่มีรายได้อย่างอื่นมาแทนเช่น ปันผลจากกองทุนและหุ้น ขายที่ดินได้)

การยื่นภาษีนั้นสามารถเลือกวิธีการยื่นออกได้เป็น 2 รูปแบบด้วยกัน โดยแต่ละแบบนั้นจะแล้วแต่ความสะดวกสบายหรือความถนัดของแต่ละบุคคลออกไป โดยที่ไม่ต้องยื่นซ้ำหรือทับกัน

ยื่น ภาษี ออนไลน์

การยื่นภาษีแบบออนไลน์นั้นข้อดีเลยก็คือเราไม่ต้องปริ้นส์เอกสารต่าง ๆ ให้ยุ่งยากและไม่ต้องเดินทางไปถึงกรมสรรพากร ซึ่งการยื่นภาษีออนไลน์นั้นจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 

  1. เข้าระบบยื่นภาษีออนไลน์ได้ทาง efiling
ตัวอย่างการยื่นภาษี สรรพากร
ขอบคุณรูปภาพจาก : กรมสรรพากร
  1. กดยื่นออนไลน์ พร้อมสมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ 
  2. กด “ยื่นแบบ” ตามแบบการชำระเงิน ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.94
ตัวอย่างการยื่นภาษี อีไฟล์ลิ่ง
  1. กรอกข้อมูลที่รวบรวมไว้ให้ครบถ้วน โดยส่วนไหนที่เหมือนกันให้รวมเลขใส่ในช่องเดียวกัน
ตัวอย่างการยื่นภาษี อีไฟล์ลิ่ง
ตัวอย่างการยื่นภาษี อีไฟล์ลิ่ง
  1. เลือกค่าลดหย่อนได้ตามสิทธิของตนเอง
ตัวอย่างการยื่นภาษี อีไฟล์ลิ่ง
ตัวอย่างการยื่นภาษี อีไฟล์ลิ่ง
ตัวอย่างการยื่นภาษี อีไฟล์ลิ่ง
ตัวอย่างการยื่นภาษี อีไฟล์ลิ่ง
  1. ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งแล้วกดยืนยันการยื่นได้เลย
ตัวอย่างการยื่นภาษี อีไฟล์ลิ่ง
ตัวอย่างการยื่นภาษี อีไฟล์ลิ่ง
ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ

โดยกรมสรรพากรได้ออกมาเชิญชวนให้บุคคลธรรมดายื่นภาษีออนไลน์กันมากยิ่งขึ้น โดยได้มีประชาสัมพันธ์ว่า “ทำไมเราควรยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/ภ.ง.ด.91 ปี 2564 ผ่านระบบ e-filling”

ตัวอย่างการยื่นภาษีสรรพากร
ขอบคุณรูปภาพจาก : กรมสรรพากร

ยื่นภาษีแบบกระดาษ

การยื่นภาษีแบบกระดาษนั้นดูเหมือนจะยุ่งยากหรือลำบากกว่าที่คิด แต่ไม่เลยหากใครที่มีความชำนาญและเตรียมเอกสารมาล่วงหน้าแล้วนั้น การยื่นภาษีแบบกระดาษก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีอีกหนึ่งทาง! โดยการยื่นภาษีแบบกระดาษนั้นจะมีขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90/ภ.ง.ด. 91 จาก www.rd.go.th
  2. กรอกข้อมูลทุกส่วนให้เรียบร้อย โดยส่วนไหนที่เหมือนกันให้รวมเลขใส่ในช่องเดียวกัน
  3. ตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อยแล้วนำไปยื่นที่สำนักสรรพากรใกล้บ้านของคุณได้เลย

หลังยื่น ภาษี เสร็จแล้วทำยังไงต่อ?

  1. หากยื่นแบบออนไลน์ ในกรณีที่ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม สามารถจ่ายได้ตามช่องทางที่กรมสรรพากรกำหนดได้เลย เช่น โอนผ่านธนาคาร หรือตัดผ่านบัตรเครดิต เป็นต้น
  2. หากยื่นแบบกระดาษ เมื่อต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติม สามารถจ่ายที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ในวันที่ไปยื่นได้เลย
  3. ในกรณีที่ได้รับเงินคืนก็สามารถรอรับเงินคืนผ่านทางพร้อมเพย์หรือทางเช็คเงินภาษี

เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการยื่นภาษีบุคคลธรรมดาประจำปีอย่างครบถ้วนแล้ว 

สำหรับ Freelance ของ Talance 

รู้หรือไม่? ฟรีแลนซ์ของ Talance นั้นโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายเพียง 2% เท่านั้น (โดยปกตินั้นจะเสีย 3%) ซึ่งเป็นระบบใหม่ของกรมสรรพากรที่มีชื่อว่า e-service withholding tax return ทำให้รายได้ของฟรีแลนซ์ของทาแลนซ์นั้นมากกว่าการรับงานฟรีแลนซ์ทั่วไป 

ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากคุณรับงานฟรีแลนซ์บนแพลตฟอร์มรวมกับรายได้ในส่วนอื่นแล้วไม่เกิน 150,000 บาทก็สามารถรับเงิน 2% ที่หักไปได้อีกด้วย

เป็นยังไงบ้างสำหรับการเสียภาษี ไม่ยากเหมือนที่คิดใช่ไหม สำหรับฟรีแลนซ์มือใหม่ที่เพิ่งหัดยื่นภาษีก็อาจจะมีงง ๆ กันบ้าง ลองทำตามคำแนะนำที่เรามาฝากวันนี้ดู เราหวังว่าจะช่วยให้การยื่นภาษีของทุกคนง่ายยิ่งขึ้นได้นะครับ

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำงานเสริมนอกเวลา ผิดกฎหมายไหม?

มีคำถามมากมายที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างต่อเนื่อง โดยคำถามยอดฮิตหลังเผชิญหน้

admin

11 Oct 2022 | 1 นาทีอ่าน

7 ข้อผิดพลาดในการเป็นฟรีแลนซ์ ที่ทำให้เราไม่ก้าวหน้าเสียที

ข้อผิดพลาดในการเป็นฟรีแลนซ์ คืออะไร ? แล้วทำไมคนเป็นฟรีแลนซ์ควรให้ความสำคัญ ? เมื่อพูดถึงการทำงานฟรีแลนซ์ ภาพลักษณ์อันดั